รามอส ยกย่องสิงโตคำรามระดับโลก

เซร์คิโอ รามอส กัปตันทีมชาติสเปน กล่าวว่า ทีมกระทิงดุของเขาแพ้ให้กับทีมระดับโลก ในนัดที่พบกับอังกฤษเมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา อังกฤษ สร้างความตกตะลึงให้กับ สเปน ด้วยการยิงประตูนำทีมเจ้าบ้านไปถึง 3-0 ภายใน 38 นาทีแรกของการแข่งขัน ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ที่แข่งกันที่สนามในเมือง เซบีย่า ทีมกระทิงดุสามารถมาแก้คืนได้ 2 ประตูในช่วงครึ่งหลัง แต่ก็ทำได้ดีที่สุดเพียงแค่นั้นจึงทำให้อังกฤษสามารถบุกมาเก็บ 3 คะแนนเต็มได้อย่างน่าประทับใจ รามอส ออกมายกย่องทีมสิงโตคำรามหลังจากกรรมการเป่านกหวีดหมดเวลา และยังกล่าวขอบคุณแฟน ๆ ชาวสเปนในการยังยอมอยู่เชียร์ทีมชาติของตัวเองแม้จะทำได้อย่างย่ำแย่ในช่วง 45 นาทีแรก

“อังกฤษ เป็นคู่แข่งระดับโลกและมีผู้เล่นที่อันตรายมากอยู่ในทีม มันทำให้เราต้องพยายามลืมฟอร์มการเล่นในครึ่งแรกและพยายามกันใหม่หลังจากถูกนำไป 3-0 สิ่งที่เป็นบวกคือปฏิกิริยาของทีมและผมขอขอบคุณชาวเมืองเซบีย่านี่เป็นความสุขที่ได้เล่นที่นี่และมีแฟนๆที่คอยกระตุ้นคุณ” รามอส ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวภายหลังจากที่จบการแข่งขัน

อังกฤษ เวลานี้เก็บได้ 4 คะแนนจากการแข่งขันในลีก A4 ทำให้ทีมอยู่ในอันดับที่ 2 ของตาราง โดยนัดนี้ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ปีกของทีมเรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รับบทฮีโร่ของทีมเยือนด้วยการทำคนเดียว 2 ประตู ส่วนอีก 1 ประตูเป็นของ มาร์คัส แรชฟอร์ด กองหน้าจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

เดชองส์ บอก ทูเคิ่ล ไม่มีเวทมนตร์ เสกแชมเปี้ยนส์ลีกไม่ได้ง่ายๆ

ดิดิเยร์ เดชองส์ ผู้จัดการทีมชาติฝรั่งเศส ได้ออกมาเตือนแฟนบอลรวมถึงผู้บริหารของ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ว่าคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมของ โทมัส ทูเคิ่ล ในฐานะโค้ชอาจไม่เพียงพอที่จะส่งมอบแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ให้กับทีมได้ เปแอสเช ได้แชมป์ต่างๆในประเทศมาแล้วครบทุกแชมป์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูกาลนี้ยังเปิดช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างอันดับ 1 และ 2 ขึ้นหลังจากการชนะรวดมาแล้ว 8 เกมในฤดูกาลใหม่ แต่การครองความยิ่งใหญ่ในประเทศไม่ได้แปลว่าจะเป็นความสำเร็จในเวทียุโรป แม้จะมีการลงทุนอย่างหนักของ นาสเซอร์ อัล เคไลฟี เจ้าของสโมสรในการลงทุนกับการซื้อนักเตะดังเข้ามาร่วมทีม

โทมัส ทูเคิ่ล ได้รับมอบหมายให้เข้ามาปรับปรุงทีม เปแอสเช โดมีเป้าหมายใหญ่ที่สุดคือการคว้าถ้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก มาครองให้ได้หลังจากที่อกหักอย่างต่อเนื่องมาหลายฤดูกาล โดย เดชองส์ ให้ความเห็นว่าอดีตผู้จัดการทีมของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ จะเจองานสุดหินในเวทียุโรป

“ทูเคิ่ล มีทักษะด้านสังคมสูง เขาทำงานอย่างพิถีพิถัน เป็นคนที่มีอำนาจและในเวลาเดียวกันมีความใกล้ชิดกับผู้เล่น แต่แม้จะเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมกับ ปารีส แต่เขาไม่ใช่คนที่มีเวทมนตร์ พวกเขาเล่นในลีก ที่พวกเขาชนะมากที่สุดโดยไม่มีใครหยุดพวกเขาได้ และแล้วพวกเขาก็พบตัวเองในแชมเปี้ยนส์ลีกอีกครั้งกับฝ่ายตรงข้ามที่มีคุณภาพและการเล่นที่จะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทีมที่มีอยู่ก็ไม่อาจทำอะไรได้” เดชองส์ ให้สัมภาษณ์กับ Bild

การพ่ายแพ้ 3-2 ให้กับ ลิเวอร์พูล เมื่อเดือนก่อนหน้านี้ โดยนัดต่อไปของ เปแสเช จะลงเล่นนัดต่อไปใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในกลุ่ม C โดยจะออกไปเยือน เร้ด สตาร์ เบลเกรด ในวันพุธ โดยการเก็บชัยชนะนัดล่าสุดที่พบกับ นีซ 3-0 ทำให้ เปแสเช กลายเป็นทีมที่ 2 ในประวัติศาสตร์ลีกเอิง ที่ชนะการแข่งขัน 8 นัดรวด

ไม่เคยอยู่ในสายตา! โลโปเตกี ยืนยัน ชุดขาวไม่สน เอร์เรร่า

ยูเลน โลโปเตกี ผู้จัดการทีม เรอัล มาดริด ได้ออกมาปฏิเสธกระแสข่าวที่ว่าทีมราชันย์ชุดขาว มีความสนใจในการคว้าตัว เฮคตอร์ เอร์เรร่า กองกลางของสโมสร เอฟซี ปอร์โต้ มิดฟิลด์วัย 28 ปี เป็นกำลังสำคัญให้ทีมชาติเม็กซิโกในฟุตบอลโลก 2018 และลงเล่นในทีมชาติไปแล้วกว่า 200 นัดให้กับ ปอร์โต้ นับตั้งแต่ย้ายจาก ปาชูก้า ทีมในบ้านเกิดมาตั้งแต่ในปี 2013

สัญญาในฉบับปัจจุบันของกองกลางจังโก้จะหมดอายุลงในตอนท้ายของฤดูกาลนี้ อย่างไรก็ดีและเป็นที่เข้าใจกันว่าเขาจะไม่ต่อสัญญาและจะย้ายออกจากทีมไปแบบฟรีๆในช่วงซัมเมอร์หน้า ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ และ อาร์เซน่อล เป็น 2 ทีมที่มีข่าวว่าสนใจในตัวกองกลางรายนี้ ขณะที่รายงานข่าวในสเปนก็อ้างว่า มาดริด ต้องการจะเซ็นสัญญากับมิดฟิลด์เม็กซิกัน ก่อนฤดูกาล 2019-2020 แต่ล่าสุดโลโปเตกี ได้ออกมาปฏิเสธข่าวดังกล่าวว่าทีม ลอส บลังกอส ไม่ได้สนใจในกองกลางรายนี้เลยแม้แต่น้อย

“ข่าวลือเรื่อง เฮคตอร์ เอร์เรร่า เป็นเพียงสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาเท่านั้น ผมไม่ได้อยู่ใน ปอร์โต้ ผมไปเที่ยวกับครอบครัวของผมในวันหยุด แต่ผมไม่ได้พบกับ เฮคตอร์” โลโปเตกี กล่าวกับผู้สื่อข่าว ซึ่งล่าสุดแชมป์ยุโรปตกเป็นข่าวว่าจะมีการระดมเงินทุนถึง 330 ล้านปอนด์ในการเซ็นสัญญากับ 2 นักเตะดูโอจาก ปารีส แซงต์ แชร์กแมง อย่าง เนย์ม่าร์ และ คีเลี่ยน เอ็มปัปเป้ ที่จะเป็นเป้าหมายหลักของทีมราชันย์ชุดขาวในช่วงตลาดนักเตะมากกว่าถึงแม้ว่าโอกาสที่จะได้ตัวมาร่วมทีมนั้นจะไม่ใช่เรื่องง่ายนักก็ตาม

ยังไม่เสียประตูเลยจริง ๆ หรือนี่…

เกมคู่ดึกของเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ต้องบอกว่าบรรดาท่านต่อทั้งหลายคงผิดหวังกันอีกระลอก เพราะตอนหัวค่ำแมนฯ ซิตี้ ก็รถผ้าป่าคว่ำกันไปรอบหนึ่งแล้ว แม้ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล จะเอาชนะ “เจ้านกนางนวล” ไบรท์ตัน ไปได้ 1-0 ทว่ามันไม่เพียงพอต่อการกินเต็มนั่นเอง อย่างไรก็ตามหลังจบเกมนี้มีประเด็นให้น่าพูดคุยหลายเรื่องทีเดียวโดยเฉพาะการยังไม่เสียซิงให้ใครเลยของ อลิสซอน เบ็คเกอร์ นายด่านชาวบราซิลที่เหมือนเป็นการเกาถูกที่คันของลิเวอร์พูลมาตลอดหลายปี

ในเกมล่าสุดกับไบรท์ตัน มีจังหวะการขึ้นโขกช่วงท้ายเกมของผู้เล่นทีมเยือนที่มีโอกาสเป็นประตูสูงมาก ทว่านายด่านเลือดแซมบ้ายังโชว์ซุปเปอร์เซฟปัดออกไปได้ นั่นทำให้แฟนลิเวอร์พูลหลายคนต่างมีความหวังว่าปีนี้คงถึงเวลาของพวกเขาในการก้าวขึ้นไปคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศให้ได้เสียที กระนั้นสิ่งที่ยังต้องมองต่อไปคงเป็นเรื่องของแผนการเล่นที่เวลาเจอทีมเน้นรับทีไร ลูกทีมของ เจอร์เกน คล็อปป์ มักเจาะเข้าไปยังพื้นที่สุดท้ายลำบากตลอด อย่างเกมนี้ จริง ๆ ก็มีหลายจังหวะที่น่าเป็นประตู แต่แนวรุกของลิเวอร์พูลดันยิงทิ้งยิงขว้างไปเสียเยอะเหมือนกัน

เกมแดนกลางของพวกเขาแมตช์นี้อาจทำหน้าที่ได้สมบูรณ์แบบในช่วงก่อนได้ประตู แต่พอขึ้นนำแล้วกลายเป็นว่าเหมือนลูกวิ่งไล่ การเพรสซิ่งเกมดูเบาลงจนแดนกลางของผู้มาเยือนทำเกมได้สบายมากขึ้น มีหลายจังหวะที่ทีมเยือนเปิดบอลสวย ๆ ให้กองหน้าวิ่งแข่งกับแนวรับของหงส์แดง โชคดีที่มันยังไม่เปลี่ยนเป็นประตูเท่านั้นเอง ทำให้หลังจบเกมที่ 3 ของพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซีซั่นนี้ พวกเขาคือทีมเดียวที่ยังไม่เสียประตูให้กับคู่แข่งเลย ถือว่าทำได้ยอดเยี่ยมจริง ๆ

เมื่อมองไปยังแนวรับทั้ง 4 ตัว นี่อาจเป็นชุดที่ลงตัวที่สุดก็ได้ คู่เซนเตอร์ฮาล์ฟอย่าง เวอร์กิล ฟาน ไดค์ กับ โจ โกเมซ ทำได้ไร้ที่ติด แบ็กขวา เทรนด์ อเล็กซานเดอร์- อาร์โนลด์ ก็ค่อย ๆ พัฒนาฝีเท้ามากขึ้นเช่นกันกับแบ็กซ้ายอย่าง แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ปีนี้ต้องยอมรับว่าลิเวอร์พูลน่ากลัวมากทีเดียว เพราะขนาดแมนฯ ซิตี้ แชมป์เก่าที่ว่าแน่ ยังสะดุดให้เห็นตั้งแต่เกมที่ 3 ของซีซั่น ไม่แปลกที่บ่อนถูกกฎหมายของอังกฤษจะยกให้พวกเป็นเต็งแชมป์ในลำดับต้น ๆ ต้องรอดูต่อไปว่าเกมที่เหลือจะทำผลงานได้ดีมากน้อยขนาดไหนสำหรับทัพ “หงส์แดง”

ใครก็สยองเมื่อเจอ “เบียงโคเนรี่”

ว่ากันว่าชั่วโมงนี้ หากมองตามหน้ากระดาษคงไม่มีแฟนบอลทีมไหนจะมีความสุขมากไปกว่า “ม้าลาย” ยูเวนตุส อีกแล้ว ไม่ใช่แค่เรื่องของการได้ตัว คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวเตะชาวโปรตุเกสที่ย้ายจากทัพ “ราชันชุดชาว” เรอัล มาดริด ในศึกลาลีกา สเปน มายังถิ่นตูรินเพียงอย่างเดียว แต่เมื่อมององค์ประกอบโดยรวมแล้วต้องบอกเลยว่าเสียวสยองทุกสองนาทีสุด ๆ สำหรับบรรดาคู่แข่งขันที่แค่เห็นรายชื่อแต่ละคนในทีมก็แทบจะอยากพับเสื่อนอนกลับบ้านแล้ว

เริ่มจากแนวรับผู้รักษาประตู วอยเซียค เชสนี่ อดีตนายด่านอาร์เซน่อลแม้ไม่ใช่ตำแหน่งที่ดีที่สุดที่จะมาแทน จานลุยจิ บุฟฟ่อน แต่ก็ถือว่าไว้ใจได้ในระดับหนึ่ง ไม่น่าจะหมูหกแบบง่าย ๆ มาต่อกันที่แผงหลังที่แทบจะบอกว่าแน่นยิ่งกว่ากลอนประตู เอาแค่ดาวเตะที่เราคุ้นหูก็อย่าง จอร์โจ้ คิเอลลินี่ , เมห์ดี้ เบนาเตีย , เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ , อเล็กซ์ ซานโดร , อันเดรีย บาร์ซาญี่ , เจา เปโดร คันเซโล่ เท่านี้ก็ทำเอากองหน้าคู่แข่งแทบไม่อยากบุกถึงหน้าประตูแล้ว เพราะบุกเข้าไปก็ไม่รู้จะยิงประตูกันได้หรือเปล่า

ไล่มาถึงกองกลางแผงมิดฟิลด์ของทัพ “เบียงโคเนรี่” หากจะบอกว่าเป็นทีมที่โหดสุด ๆ ทีมหนึ่งของโลกเวลานี้ก็ไม่ใช่เรื่องผิดนัก ไล่ไปตั้งแต่ มิราเล็ม ปายิช มิดฟิลด์ตัวรับชาวบอสเนีย , ซามี่ เคห์ดิร่า จากทัพ “อินทรีเหล็ก”, เคลาดิโอ มาคิซิโอ , แบลส มาตุยดี้ ที่เพิ่งคว้าแชมป์โลกมาหมาด ๆ , ฮวน กราดาโด้ , เอ็มเร่ ชาน , สเตฟาโน่ สตูราโร่ แค่เห็นเท่านี้ก็เรียกว่าจะพีคไปไหน

กองทัพม้าลาย 2018-19

แนวรุกแต่ละองค์ ทรงคุณค่ายิ่ง

ไล่มาถึงแนวรุกที่แต่ละตัวขอบอกว่าของจริงล้วน ๆ ทั้ง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ , เปาโล ดิบาล่า , ดั๊กลาส คอสต้า , มาริโอ มานด์ซูคิช หรือ เฟเดริโก้ แบร์นาเดสคี แต่ละตัวล้วนสร้างความหวังให้กับทีมได้ทั้งสิ้น แล้วลองนั่งเขียนบนหน้ากระดาษกันเล่น ๆ ว่าจะจับใครลงตรงไหน ศักยภาพแทบไม่ต่างกัน

เรื่องแชมป์กัลโช่ ซีเรีย อา สมัยที่ 6 ติดต่อกัน คงไม่ต้องไปพูดถึงว่ามีโอกาสมากน้อยขนาดไหน เอาเป็นว่าเราข้ามไปถึงเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก กันเลยดีกว่า เพราะมองแล้วกับการที่มีตัวเก๋าอย่าง โรนัลโด้ เข้ามา อาจทำให้ความฝันของพลพรรค “เบียงโคเนรี่” เป็นจริงสักที หลังต้องอกหักชอกช้ำมาหลายปีติดต่อกัน ต้องรอดูต่อไปว่าดาวเตะชาวโปรตุกีสรายนี้จะสามารถคว้าแชมป์ยุโรปได้เป็นสมัยที่ 6 ของตนเองหรือไม่