เลสเตอร์ซิตี้ พร้อมเซ็นต์ Youri Tielemans เป็นการถาวร

เลสเตอร์ซิตี้  พร้อมเซ็นต์ Youri Tielemans เป็นการถาวร 

 Youri Tielemans  นักเตะเช่ายืมของเลสเตอร์ ที่ยืมจากต้นสังกัด โมนาโก เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าตัวนั้นทำผลงานได้ดี และเป็นที่ต้องตาต้องใจของ บอร์ดบริหาร และกุนซือคนปัจจุบัน แบรนเดอร์ รอดเจอร์ และแน่นอนว่าจากฟอร์มการเล่นของเขา ทำให้ทางบอร์ดบริหารต้องการจะคว้าตัวมาเป็นนักเตะของทีมอย่างถาวร 

 โดยแหล่งข่าววงในนั้นระบุว่าเลสเตอร์ซิตี้ ยอมจ่ายเงินถึง 40 ล้านปอนด์ให้กับนักเตะรายนี้และถือว่าเป็นการซื้อตัวนักเตะที่สูงที่สุดในประวัติการณ์ของสโมสรเลยทีเดีย วอีกทั้งเขายังเล็งนักเตะจากสโมสรนิวคาสเซิล  Ayoze Perez เข้าเสริมทัพอีก 1 รายซึ่งแหล่งข่าวยังระบุว่า ดูเหมือนจะมีการเจรจากันอย่างแน่นอน เพราะทางทีมงานของเลสเตอร์เตรียมตัวจะเข้าเจรจากับนักเตะโดย รอดเจอร์ นำทีมไปด้วยตัวเองและแน่นอนว่ามีแนวโน้มที่จะคว้าตัวนักเตะนี้ได้ 

โดยสนนราคาเบื้องต้นนั้นนิวคาสเซิลเปิดที่ 30 ล้านปอนด์งานนี้ก็ถือว่าเลสเตอร์ซิตี้นั้น น่าจะได้ของดีไว้ใช้งานและสำหรับความเคลื่อนไหวของ แฮรี่แม็คไ กวร์ นักเตะดาวดังของสโมสรที่มีหลายทีมให้ความสนใจแต่ยังได้ได้บทสรุปเพราะราคาที่เลสเตอร์ซิตี้ตั้งไว้นั้น ถือว่าค่อนข้างสูงเลยทีเดียว ก็ต้องมาดูกันต่อว่าเปิดฤดูกาลใหม่ จิ้งจอกสีน้ำเงิน จะสามารถทำผลงานได้ดีมากน้อยแค่ไหนกับการคุมทีมอย่างเต็มตัวของอดีตกุนซือจาก ลิเวอร์พูล และ เซลติก 

เนย์มาร์ ย้ายแน่หลังแม่และพี่สาวกำลังหาบ้านใหม่ที่สเปน

ดููท่าว่าใกล้จะเป็นความจริงเข้ามาทุกขณะแล้วสำหรับรายงานข่าวที่ระบุว่า เนย์มาร์ กำลังจะย้ายกลับไปเล่นให้กับ บาร์เซโลน่า ในช่วงซัมเมอร์นี้ หลังจากที่มีข่าวว่าครอบครัวของดาวเตะบราซิลเลี่ยนกำลังหาบ้านใหม่เพื่อเตรียมตัวย้ายกลับไปยังสเปนในเร็ววันนี้ สื่อกีฬาแคว้นคาตาลันระบุว่า ครอบครวของกองหน้าวัย 27 ปีมั่นใจอย่างมากว่าผลบอลที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้คงเป็นในถิ่นสเปนแทนฝรั่งเศส พวกเขาจะได้ย้ายออกจากกรุงปารีสในเร็ว ๆ นี้ และได้วางแผนในการหาบ้านใหม่ที่ บาร์เซโลนา เอาไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แม่และพี่สาวของ เนย์มาร์ ได้เดินทางมายังเมืองหลวงของแคว้นคาตาลันเพื่อดูลู่ทาง และพวกเธอยังทำหน้าที่ดูแลเรื่องการขนของย้ายที่อยู่เพื่อให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย กองหน้าแซมบ้าต้องการอาศัยอยู่ในย่านที่ชื่อว่า เปดราเบส ซึ่งเป็นย่านที่อยู่ในตัวเมือง และเคยเป็นที่ที่เจ้าตัวอาศัยอยู่ก่อนที่จะย้ายไปเล่นให้กับ ปารีส แซง-แชร์กแมง เมื่อปี 2017 โดยทางแม่และพี่สาวของ เนย์มาร์ กำลังมองหาที่พักขนาดใหญ่ที่สามารถรองรับสมาชิกทุกคนในครอบครัวได้

ส่วนเรื่องการย้ายทีมนั้นมีข่าวว่าเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา รองประธานสโมสร บาร์เซโลนา ได้เปิดเผยว่าทางสตาร์ทีมชาติบราซิลได้ขอร้องให้ทีมเซ็นสัญญาดึงเขากลับไปยังถิ่น คัมป์นู อีกครั้ง แต่ด้วยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อตอนที่เขาย้ายออกจากสโมสรไปเมื่อปี 2017 ด้วยค่าตัวเป็นสถิติโลกนั้น ทำให้ผู้บริหารระดับสูงบางคนของ บาร์ซา เกิดความลังเลในเรื่องนี้

แมนยูฯ ว่ายังไง ป๊อกบาอยากย้ายไปสวมชุดขาว

แมนยูฯ ว่ายังไง ป๊อกบาอยากย้ายไปสวมชุดขาว

ความคืบหน้ากรณีมีข่าวพัวพันกัน ป๊อกบา นักเตะของ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ที่มีข่าวลือหนาหูกับการไปร่วมทัพกับ  ราชันชุดขาว เรอัลมาดริด ที่ตอนนี้มีข่าวลือออกมาอย่างหนักว่าทางราชันชุดขาวนั้นพร้อมเต็มที่กับการเซ็นสัญญากับ ป๊อกบา เพียงแค่ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ยอมปล่อยตัวนักเตะออกมาเท่านั้นและรายงานข่าวล่าสุดนั้นแหล่งข่าวได้ระบุว่าทางเอเย่นต์ส่วนตัวและ ป๊อกบา นั้นต้องการที่จะย้ายออกจาก
แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ให้ได้ในช่วงซัมเมอร์นี้

อีกทั้งยังมีกระแสข่าวอีกว่าเอเย่นต์ส่วนตัว ป๊อกบา จะไม่คิดค่าคอมมิชชั่นในการเซ็นสัญญาระหว่างนักเตะกับ เรอัลมาดริด เพราะต้องการให้นักเตะย้ายไปสังกัดกับทีมที่ต้องการและ ป๊อกบา เองก็ยอมที่จะลดค่าตัวให้กับราชันชุดขาวด้วยหากมีการเปิดเจรจากันจริง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับราชันชุดขาวและเจ้าตัวเองก็อยากจะร่วมงานกับ ซีดาน รวมถึง เอเดน อาซาร์ นักเตะคนใหม่ของทีมที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่าต้องการลงสนามร่วมกันกับเขา นั่นทำให้เป็นแรงกระตุ้นที่อยากให้เขาย้ายทีม และเจ้าตัวหวังที่จะได้ย้ายออกในเร็ววันนี้

ก็คงจะต้องติดตามความคืบหน้ากันต่อเพราะทาง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เองยังไม่อยากที่จะปล่อยตัวเขาออกจากสโมสรแต่อย่างใด นักเตะเองมีความกระตือรือร้นอย่างมากและพยายามให้ข่าวในทุกทางเพื่อที่จะกดดันให้สโมสรนั้นยอมปล่อยตัวเขา งานนี้ก็ต้องมาลุ้นกันว่าราชันชุดขาวจะได้ตัวนักเตะเป้าหมายสำคัญรายนี้ไปร่วมทัพในฤดูกาลใหม่หรือไม่

แบ็คหงส์แดง ลั่นพร้อมคว้าดับเบิ้ลแชมป์ แม้ไม่ใช่เรื่องง่าย

แบ็คหงส์แดง ลั่นพร้อมคว้าดับเบิ้ลแชมป์ แม้ไม่ใช่เรื่องง่าย

แม้ว่า ลิเวอร์พูล จะอยู่บนเส้นทางของการลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ลีก และยังมีลุ้นในรายการ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ซึ่งทำให้พวกเขามีสิทธิ์ที่จะคว้าดับเบิ้ลแชมป์ได้ในปีนี้ แต่ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ฟูลแบ็คของทีมก็ยืนยันว่าพวกเขาจะต้องทำผลงานให้ดีที่สุดเพื่อที่จะคว้าแชมป์ทั้ง 2 รายการให้ได้หลังจบฤดูกาล

หงส์แดง นำเป็นจ่าฝูงใน พรีเมียร์ลีก โดยมีคะแนนมากกว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อยู่ 2 แต้มและลงเล่นมากกว่า 1 นัด ส่วนในรายการฟุตบอลยุโรปถ้วยใหญ่พวกเขากำลังจะออกไปเยือน ปอร์โต้ ในรอบควอเตอร์ไฟนอล เลกที่ 2 หลังจากในนัดแรกสามารถเก็บชัยชนะได้ที่ แอนฟิลด์ ด้วยสกอร์ 2-0 เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา

แอนดรูว์ โรเบิร์ต

โรเบิร์ตสัน กล่าวถึงความเป็นไปได้ในการคว้าดับเบิ้ลแชมป์ในซีซั่นนี้ว่า “เราต้องการที่จะเข้ารอบให้ลึกที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ในการลงเล่น แชมเปี้ยนส์ลีก และผมคิดว่าเรากำลังมาถูกทางใน พรีเมียร์ลีก ไม่ว่าเราจะชนะหรือไม่ก็ตามเราก็ยังคงได้เห็นเส้นทางนี้อยู่ เราต้องการเอาชนะในทุก ๆ รายการที่ลงเล่น และต้องการเป็นแชมป์ทั้ง 2 รายการ แต่เรารู้ว่ามันก็เป็นเรื่องยากที่จะทำให้สำเร็จได้”

หลังเกมกลางสัปดาห์ ลิเวอร์พูล จะลงเล่นใน พรีเมียร์ลีก โดยจะออกไปเยือน คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ที่ เวลส์ ในวันที่ 21 พฤษภาคมนี้

กัปตันสิงห์บลู ลั่นทีมยังมีลุ้นคว้าท็อปโฟร์ ไม่ต้องง้อแชมป์ ยูโรป้าลีก

เซซาร์ อัซปิลิกวยตา กัปตันทีม เชลซี ยืนยันว่าพวกเขาไม่สามารถคาดหวังการเข้าไปเล่นในรอบแบ่งกลุ่ม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก จากการเป็นแชมป์ ยูโรป้าลีก ได้แม้ว่าจะล้มเหลวในการแย่งชิงตำแหน่งท็อปโฟร์ใน พรีเมียร์ลีก ก็ตาม

สิงห์บลู เพิ่งพ่ายให้กับ เอฟเวอร์ตัน ด้วยสกอร์ 2-0 ซึ่งเป็นความพ่ายแพ้เกมนอกบ้านนัดที่ 4 จาก 5 นัด ที่ออกไปเล่นเป็นทีมเยือน ส่งผลให้ทีมของ เมาริซิโอ ซาร์รี่ รั้งอันดับ 6 ของตารางมีแต้มตามหลัง อาร์เซนอล ทีมอันดับ 4 อยู่ 3 คะแนนในขณะนี้

แม้ว่าในการจับสลากประกบคู่ในฟุตบอล ยูโรป้าลีก พวกเขาจะเจอกับงานที่ไม่ยากนักโดยลงเล่นกับ สปาร์ต้า ปราก ในรอบควอเตอร์ไฟนอลและจะไปพบกับผู้ชนะระหว่าง เบนฟิก้า และ ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต ในรอบเซมิไฟนอลซึ่งดูเหมือนจะเป็นโอกาสที่ดีที่สุดในการที่จะคว้าโควต้า แชมเปี้ยนส์ลีก จากการเป็นแชมป์ในรายการนี้ แต่ทาง อัซปิลิกวยต้า ก็ได้กล่าวว่าทีมของเขายังไม่ยอมแพ้ในการลุ้นอันดับ 4 ใน พรีเมียร์ลีก

“เราพลาดโอกาสในการเก็บคะแนนและทุกครั้งที่คุณไม่สามารถคว้า 3 แต้มได้คุณจะทำให้ตัวคุณเอง ต้องตกอยู่ในตำแหน่งที่ยากลำบากมากขึ้น มันยังเหลืออีกหลายเกมให้ลงเล่นและเราก็จะสู้เพราะเราไม่สามารถที่จะพลาดการคว้าโควต้าเข้าไปเล่นใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่มได้”

“ผมไม่ได้มองว่าการคว้าแชมป์ ยูโรป้าลีก จะเป็นหนทางเดียวในการที่จะทำให้เราเข้าไปเล่นในถ้วยใหญ่ของยุโรป เพราะตำแหน่งของ เชลซี นั้นไม่ใช่อันดับ 6 ของ พรีเมียร์ลีก ซึ่ง ผมไม่สามารถยอมรับตรงนี้ได้”

“นี่คือหนทางที่จะเข้าไปเล่นใน แชมเปี้ยนส์ลีก และมันคือการได้ถ้วยรางวัลด้วย และเราก็จะลงเล่นจนกระทั่งนาทีสุดท้าย แต่เราก็ยังพอมีหวังที่จะทำอันดับในลีกเพื่อคว้าโควต้านี้ให้ได้”

“ถ้าเราสามารถเอาชนะ 2 เกมหลังสุดได้ เราก็จะก้าวขึ้นไปอยู่อันดับที่ 3 ก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงเบรกทีมชาติ และเราก็สามารถที่จะพูดได้ว่า เราอยู่ในพื้นที่โควต้า แชมเปี้ยนส์ลีก แล้ว เห็นได้ชัดว่าการมี 5 คะแนน นั้นจะทำให้เราอยู่ในตำแหน่งที่ดีกว่านี้” กัปตันทีม เชลซี กล่าว

เอ็มมานูเอล เปอตีต์ ยอมรับว่าเขาไม่ได้รับรู้สึกถึงการเปลี่ยนของสโมสรเลย

เอ็มมานูเอล เปอตีต์ ตำนานนักเตะของ อาร์เซนอล ยอมรับว่าเขาไม่ได้รับรู้สึกถึงการเปลี่ยนของสโมสรเลยนับตั้งแต่ อูไน เอเมรี่ กุนซือชาวสแปนิช เข้ามาทำทีมแทนที่ อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือชาวฝรั่งเศส เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา

เวนเกอร์ ปิดฉากอาชีพคุมทีมอาร์เซนอลในระยะเวลา 22 ปี และถึงแม้จะมีฟอร์มการเล่นยอดเยี่ยมอยู่พักใหญ่ ๆ ด้วยการไม่แพ้ใคร 22 นัดติดต่อกันรวมทุกรายการ แต่หลังจากแพ้ให้ เซาแธมป์ตัน ไปเมื่อเดือนธันวาคม สถานการณ์ของทีมก็กลับย่ำแย่ลง

เปอตีต์ ให้สัมภาษณ์กับ เดอะ มิร์เรอร์ ว่า “มันเหมือนกับ เวนเกอร์ ออกไปแล้วนะ แต่ผมกลับรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องราวเดิม ๆ กับสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในยุคของ อาร์แซน เวนเกอร์ ผมคิดว่าเราคาดหวังจากสโมสรมากขึ้น ผมผิดหวัง”

เอ็มมานูเอล เปอตีต์ ยอมรับว่าเขาไม่ได้รับรู้สึกถึงการเปลี่ยน

“คุณกำลังบอกผมว่า เอเมรี่ มีปัญหาแบบเดียวกันกับที่ เวนเกอร์ มี แต่มันไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย แล้วทำไมพวกเขาถึงปลด อาร์แซน ล่ะ?”

“ถ้าคุณไล่ผู้จัดการทีมออก คุณก็ต้องเริ่มการปฏิวัติ แต่ผมขอถามหน่อยนะ ทำไมพวกเขาถึงปลด อาร์แซน ออก? หากใครบางคนสามารถให้คำตอบกับผมได้ ผมจะมีความสุขมาก”

“ทีมนี้ไม่ดีพอที่จะต่อสู้เพื่อแชมป์ ทีมนี้แข็งแกร่งพอที่จะต่อสู้เพื่ออันดับ 3 หรือ 4 และมันก็เป็นเช่นนั้นแหละ พวกเขาเป็นอย่างนั้นมาหลายปีแล้ว คุณไม่จำเป็นต้องเป็นนักร่ายมนตร์เพื่อทำความเข้าใจมันหรอก”

โทมัส เผย ยังแฮปปี้ดี กับตราหมี

โทมัส เผย ยังแฮปปี้ดี กับตราหมี

หลังจากมีข่าวออกมาว่านักเตะรายนี้ ไม่มีความสุขกับสโมสร เพราะไม่ค่อยได้รับโอกาสในการลงเล่น แต่ล่าสุด เจ้าตัวก็ได้ออกมาปฎิเสธข่าวนี้เรียบร้อยแล้ว โทมัส ปาเตย์ ออกมาปฎิเสธข่าวที่ว่าตัวเขานั้นไม่มีความสุขกับสโมสรแอตเลติโก้ มาดริด ซึ่งเจ้าตัวยืนยัน ว่าเขานั้นยังคงอยากที่จะเล่นให้กับทีมต่อไป

“บางครั้งผมก็รู้สึกไม่ค่อยแฮปปี้กับ แอต มาดริด ผมอยากที่จะได้ลงเล่นในเกมที่สำคัญๆ และนั้นถึงจะทำให้ผมมีความสุข มันทำให้ผมรู้สึกว่าผมแข็งแกร่งขึ้นและมั่นใจมากขึ้น” ปาเตย์ กล่าว

“เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ผมอาจจะทำบางอย่างที่ทำให้หลายคนเข้าใจผิด ซึ่งผมก็อยากที่จะออกมาแก้ข่าวตรงนี้ให้เข้าใจตรงกัน แอต มาดริด เป็นสโมสรที่ผมอยากจะอยู๋ด้วย และก็เป็นสโมสรที่ผมอยากจะฝากชีวิตเอาไว้ เพราะว่าสโมสรและแฟนๆของสโมสรนี้แหละ”

“แม้ว่ามันจะจริงเช่นกันที่บางครั้งผมก็รู้สึกไม่ค่อยดี เพราะผมอยากจะรู้สึกว่าตัวเองสำคัญกว่านี้ นั้นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมพยายามทำงานหนักในทุกๆวัน ผมไม่ได้อยากเป็นตัวสำรองหรอก แต่นี้มันก็เป็นสิ่งที่ทำให้ผมต้องพัฒนาตัวเองให้ดีมากขึ้นเช่นกัน” มิดฟิลด์ชาวกาน่ารายนี้ ย้ายมาเล่นให้กับ แอต มาดริด ตั้งแต่ยังเป็นเยาวชน ในปี 2011 และได้แจ้งเกิดกลับสโมสรอย่างเต็มตัวในปี 2015

พอล เมอร์สัน เผย ลุคัส ตอร์เรรา คือคนพลิกเกมส์ของอาร์เซนอล

พอล เมอร์สัน เผย ลุคัส ตอร์เรรา คือคนพลิกเกมส์ของอาร์เซนอล

“พอล เมอร์สัน” เชื่อว่าอาร์เซนอลจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเก็บนักเตะอย่าง “ลูคัส ตอร์เรร่า” ไว้กับทีมให้ยาวนาน เนื่องจากผลงานทีทำไว้อย่างดี “ตอร์เรร่า” เป็นนักเตะคนแรก ที่ “อูไน อเมรี่” ซื้อตัวเข้ามาเป็นรายแรก ด้วยค่าตัว 26 ล้านปอนด์ หลังจากที่นักเตะรายนี้ได้โชว์ฟอร์มได้อย่ายอดเยี่ยมในศึกฟุตบอลโลก ในนามทีมชาติอุรุกวัย

พอล เผย ลุคัส ตอร์เรรา คือคนพลิกเกมส์ของอาร์เซนอล

“ตอร์เรร่า” เป็นมิดฟิวด์ที่ทำผลงานได้ย่างยอดเยี่ยมในหลายต่อหลายแมตท์ ทั้งในนัดที่เจอกับ ทอตแนมฮอสเปอร์ และฮัดเดอฟิลด์ทาวน์ ในศึกยูฟาแชมป์เปี้ยนลีก “ทีมของอาร์เซนอล กำลัวมองหานักเตะ เหมือน กิลบาโต้ ซิลวา หรือ พราทิค วิเอรี่ ที่สามารถทำจังหวะ และดูแลแดนกลาง” พอล เมอร์สัน กล่าวถึงอดีตนักเตะของอาร์เซนอล ที่เคยสามารถสร้างผลงานให้กับอาร์เซนอลไว้อย่างงดงามในอดีต

ตอร์เรร่า มิดฟิลด์ทีมชาติอุรัย เป็นนักเตะที่ได้รับการยกย่องมากในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากสามารถทำผลงานได้อน่างดี ด้วยลักษณะการเล่นของ ตอร์เรร่า มันสุดยอดมาก เขามีความสามารถในการตัดบอลได้อย่างยอดเยี่ยม การอ่านเกมส์ของเขามันยอดเยี่ยมมากเขาสามารถสร้างจังหวะในการเล่นให้กับทีมได้อย่างยอดเยี่ยม นั่นคือสิ่งที่เขาทำได้อย่างยอดเยี่ยม เขาสามารถจ่ายบอลได้อย่างเป็นธรรมชาติ”

ตำนานหงส์แดงแขวะแวร์รัตติ สมควรโดนใบแดงหลังทำฟาล์วโกเมซหนัก

มันรอดใบแดงไปได้ไง !? ยอร์น-อาร์เน รีเซ ตำนานแบ็คซ้ายเท้าพลังช้างของสโมสร “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ได้กล่าวว่าตัวของ มาร์โก แวร์รัตติ กองกลางเชิงสูงของสโมสร ปารีส แซงแชร์กแมง น่าจะโดนใบแดงไล่ออกจากสนามในเกมเมื่อคืนที่เขาทำฟาล์วหนักใส่ โจ โกเมซ กองหลังของลิเวอร์พูล

ตัวของ แวร์รัตติ ได้เล่นนอกเกมใส่ตัวของ โจ โกเมซ กองหลังดาวรุ่งของสโมสรลิเวอร์พูล แต่กระนั้นจอมทัพทีมชาติอิตาลีรายนี้กลับรอดการโดนใบแดงไปอย่างหน้าตาเฉย และโดนไปเพียงใบเหลืองจากตัวของ ไซมอน มาร์ซิเนียค ผู้ตัดสินชาวโปแลนด์ในเกมดังกล่าวเท่านั้น

ตำนานหงส์แดงแขวะแวร์รัตติ สมควรโดนใบแดงหลังทำฟาล์วโกเมซหนัก

และจากการที่ แวร์รัตติ รอดการโดนใบแดงไปนั้น ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ส่งตรงถึงกองกลางรายนี้อย่างงมาก โดยนักวิจารณ์ทางทีวีหลายคน โดยเฉพาะกับ รีเซ ซึ่งเป็นตำนานแบ็คซ้ายของลิเวอร์พูล ได้กล่าวว่าโกเมซโชคดีที่สามารถออกจากสนามแห่งนี้ได้โดยที่ไมได้ขาหัก เพราะสุ่มเสี่ยงมากจากจังหวะโดนทำฟาล์ว

หลังจากที่ PSG เอาชนะลิเวอร์พูลได้ในศึกแชมเปียนส์ลีก ทำให้ตัวของ รีเซได้กล่าวว่า “ตัวของแวร์รัตติสมควรโดนลงโทษจากผู้ตัดสินชัดเจน มันน่าจะเป็นการโดนใบแดงโดยตรง มันโชคดีที่ขาของโกเมซกำลังจะก้าวหนีออกไปแล้ว เพราะถ้าเขาไม่ขยับขาเขาหักแน่นอน นี่เป็นการโดนใบแดงที่ชัดเจนที่สุดเลยนะ แต่เขาก็ยังรอดจากผู้ตัดสินไปได้ จังหวะการเล่นแบบนั้นอันตรายมาก แต่เขารอดไปได้อย่างไร”

10 นักเตะดาวรุ่งผู้กำลังเขย่าสังเวียนฟาดแข้งยุโรป

คลื่นลูกใหม่ คือสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นปกติในทุกๆที่ไม่เว้นแม้แต่ในวงการลูกหนัง หลังจากที่ 5 ลีกระดับท็อปของยุโรปเริ่มต้นออกสตาร์ทฤดูกาล 2018-19 กันไปไม่น้อยกว่า 10 นัดแล้ว มาดูกันว่ามีแข้งดาวรุ่งที่อายุไม่เกิน 21 ปีคนใดบ้างที่กำลังฉายแววเจิดจรัสอยู่ในขณะนี้ (นับเฉพาะผู้เล่นที่ลงสนามมากกว่า 5 เกมและใช้คะแนนความสามารถเฉลี่ยจาก whoscore.com)

10. จาดอน ซานโช่ (โบรุสเซีย ดอรท์มุนด์) คะแนนเฉลี่ย 7.21

หากมีซักเรื่องที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า อาจตัดสินใจผิดพลาดมหันต์ก็คงเป็นการที่เขายอมให้ แมนฯ ซิตี้ ปล่อยตัวแข้งเยาวชนตัวจี๊ดออกไปเมื่อปี 2017 เพราะในทันที ซานโช่ ย้ายไปอยู่กับ ทีมเสือเหลือง เขาก็ถูกขยับให้ขึ้นมาอยู่ในทีมชุดใหญ่และได้ลงสนามใน บุนเดสลีกา รวม 12 นัดภายในฤดูกาลเปิดตัว แม้ ซานโช่ จะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเพียง 4 นัดในซีซั่นนี้ แต่เขาก็ได้มีส่วนร่วมกับทั้งหมด 10 เกมในลีก แถมยังยิงไปแล้วถึง 4 ประตูและช่วยทำแอสซิสต์ให้ทีมได้อีก 6 ลูก และกลายเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ ดอร์ทมุนด์ ขึ้นนำเป็นจ่าฝูงโดยทิ้งห่าง โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค และ บาเยิร์น มิวนิค อยู่ 4 คะแนนในขณะนี้

9. เจมส์ แมดดิสัน (เลสเตอร์ ซิตี้) คะแนนเฉลี่ย 7.28

อีกหนึ่งการเซ็นสัญญาของ เดอะ ฟ็อกซ์ ที่สามารถลบคำสบประมาทจากค่าตัวย้ายทีมจาก นอริช ซิตี้ ที่คาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึงราวๆ 20 ล้านปอนด์ อดีตนักเตะยอดเยี่ยมประจำสโมสรจาก ลีก แชมเปี้ยนชิพ สามารถปรับตัวเข้ากับจังหวะเกมใน พรีเมียร์ลีก ได้ในเวลาอันรวดเร็ว และออกสตาร์ทเป็นจริงให้กับต้นสังกัดใหม่ครบทั้ง 11 นัดที่ผ่านมา มิดฟิลด์ตัวรุกวัย 21 ปี ช่วยทำไปแล้ว 3 ประตูกับอีก 2 แอสซิสต์ ทั้งจากที่คอยปั่นป่วนแนวรับคู่ต่อสู้อยู่หลังกองหน้าหรือฉีกออกไปยืนอยู่ทางริมเส้นด้านซ้าย และก็มีเพียง วิลเฟร็ด ซาฮา เท่านั้นที่สามารถเรียกฟาวล์จากคู่ต่อสู้ได้มากกว่าเขาในขณะนี้ จนกระทั่งเดือนตุลาคมที่ผ่านมา แกเร็ธ เซาธ์เกต ก็ได้เรียกตัว แมดดิสัน ไปติดทีมสิงโตคำรามชุดใหญ่แต่ยังคงรอคอยโอกาสลงสนามอย่างเป็นทางการอยู่

ลูก้า โยวิช จากแฟร้งเฟิร์ต

8. ลูก้า โยวิช (ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต) คะแนนเฉลี่ย 7.29

แม้ อินทรีแดงดำ จะยังพยายามทำคะแนนไล่ตามกลุ่มท็อป 4 มาติดๆในขณะนี้ แต่อย่างน้อยพวกเขาก็ยังมีเรื่องให้ภาคภูมิใจจากการที่ล่าสุด หัวหอกดาวรุ่งวัย 20 ปี กำลังรั้งตำแหน่งดาวซัลโวร่วมของ บุนเดสลีกา ด้วยผลงาน 7 ประตูจากการลงสนาม 8 นัดและมาจากการลงเล่นเป็นตัวจริงเพียง 5 นัด หัวหอกดาวรุ่งทีมชาติเซอร์เบีย อยู่ระหว่างสัญญายืมตัวจาก เบนฟิก้า เมื่อช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้ว พร้อมเงื่อนไขที่ แฟร้งค์เฟิร์ต สามารถซื้อขาด โยวิช ได้หลังจบฤดูกาลนี้ จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ใครๆเริ่มหันมามองที่เขาก็คงหนีไม่พ้นการเหมาคนเดียว 5 ประตูในเกมที่ทีมเปิดรัง คอมเมิร์ซแบงค์-อารีน่า ไล่ถลุง ฟอร์ทูน่า ดุสเซลดอร์ฟ เละเทะ 7-1

7. อารอน วาน-บิสซาก้า (คริสตัล พาเลซ) คะแนนเฉลี่ย 7.32

แฟนบอล อินทรีผงาด อาจจะเริ่มสังเกตเห็นแสงระยิบระยับจาก วาน-บิสซาก้า บางส่วนตั้งแต่ช่วงปลายซีซั่นที่แล้ว จนกระทั่ง แบ็คขวาวัย 20 ปี มาฉายแสงเจิดจรัสอย่างเต็มที่ในฤดูกาลปัจจุบันด้วยรูปร่างที่สูงใหญ่แต่ก็มีทักษะที่ไม่ธรรมดา ซึ่งหากเขายังสามารถรักษาฟอร์มอันยอดเยี่ยมได้อย่างนี้ไปเรื่อยๆก็คงจะได้รับความสนใจจาก เซาธ์เกต ภายในไม่ช้านี้ และหากนับสถิติจาก 5 ลีกดังในยุโรปขณะนี้ ก็ผู้เล่นอีกเพียง 4 คนเท่านั้นที่มีสามารถเข้าสกัดบอลได้มากกว่าเขาจากค่าเฉลี่ย 4.4 ครั้งต่อเกม และมีผู้เล่นตำแหน่งฟูลแบ็คอีกเพียง 3-4 คนที่โชว์ความโดดเด่นในการขึ้นเกมรุกจากค่าเฉลี่ยการเลี้ยงบอลต่อเกมที่มากกว่าเขา

6. อิบราอิม ซ็องกาเร่ (ตูลูส) คะแนนเฉลี่ย 7.44

แข้งดาวรุ่งชาวไอวอรี่ โคสต์ เริ่มมีบทบาทอย่างต่อเนื่องกับ ตูลูส ตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของซีซั่นที่ผ่านมา และยังสามารถพัฒนาฟอร์มการเล่นได้อย่างต่อเนื่องจนมาถึงฤดูกาลปัจจุบัน โดยนับตั้งแต่ที่แจ้งเกิดในทีมชุดใหญ่ได้อย่างเต็มตัว เขาก็กลายเป็นหัวใจสำคัญในแผงกองกลางของทีมในการช่วงหยุดยั้งเกมรุกของคู่ต่อสู้ และยังเป็นจ้าของสถิติการเข้าสกัดบอลมากที่สุดเป็นอันดับ 4 จากบรรดาผู้เล่นตำแหน่งมิดฟิลด์ใน 5 ลีกดังของยุโรป
แต่โชคร้ายที่ล่าสุด ซ็องกาเร่ ได้รับบาดเจ็บเส้นเอ็นฉีกขาดและอยู่ระหว่างพักรักษาตัวโดยที่ยังไม่มีกำหนดการกลับมา ซึ่งก็น่าจะทำให้แฟนบอลออกอาการคิดถึงเขาอย่างแน่นอน เนื่องจากผลงาน 4 นัดหลังสุดของทีมที่ไม่ชนะใครเลยและยังเป็นการพ่ายแพ้ไปถึง 3 นัดอีกด้วย

5. ด็อง-อั๊กเซล ซากาดู (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์) คะแนนเฉลี่ย 7.45

นักเตะลูกหม้อของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ตัดสินใจย้ายไปหาอนาคตใหม่กับ ทีมเสือเหลือง เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2017 และเริ่มได้รับโอกาสลงสนามใน บุนเดสลีกา ด้วยตำแหน่งแบ็คซ้าย ก่อนจะถูกหุบเข้ากลางมาเล่นในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็คที่ถนัดภายใต้ยุคของ ลูเซียง ฟาฟร์ กุนซือคนปัจจุบัน ปราการหลังเลือดน้ำหอม มีส่วนสำคัญต่อการเก็บคลีนชีต 5 ครั้งจาก 6 เกมในลีกหลังสุด ซึ่งนอกจากความแข็งแกร่งในลูกกลางอากาศแล้ว ซากาดู ยังโชว์ความเยือกเย็นในการผ่านบอลที่แม่นยำได้ถึง 87.2% และยังเป็นผู้เล่นที่เคลียร์บอลจากพื้นที่อันตรายได้มากที่สุดของทีมอีกด้วย

ริชาร์ลิซอน

4. ริชาร์ลิซอน (เอฟเวอร์ตัน) คะแนนเฉลี่ย 7.45

เชื่อว่าแฟนบอล พรีเมียร์ลีก ส่วนใหญ่อาจจะทำตาโตด้วยความสงสัยตอนได้ยินข่าว ท็อฟฟี่สีน้ำเงิน ทุ่มงบ 40 ล้านปอนด์ในการซื้อตัว แข้งดาวรุ่งชาวบราซิล มาจาก วัตฟอร์ด เมื่อช่วงปรีซีซั่นที่ผ่านมา แต่สุดท้ายแล้ว ปีกฟอร์มฮ็อทวัย 21 ปี ก็สามารถพิสูจน์ให้ใครๆได้เห็นว่าฝีเท้าของเขาคุ้มค่าตัวทุกบาททุกสตางค์ จากการปักหลักเป็นผู้เล่นแนวรุกในทีมของ มาร์โก้ ซิลวา อดีตเจ้านายเก่าที่ย้ายตามกันมา
จากผลงาน 2 ประตูในการเปิดตัวอันเยอดเยี่ยมกับทีมจาก เมอร์ซี่ย์ ไซด์ จนกระทั่งล่าสุดเขาทำไปแล้วทั้งหมด 6 ประตูกับ 1 แอสซิสต์จากการลงสนาม 9 นัดในลีก ก็ทำให้ ติเต้ กุนซือทีมชาติบราซิล เรียกตัว ริชาร์ลิซอน เข้าสู่ทีมอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่การประเดิมสนามในนามทีมชาติเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

3. อัชราฟ ฮาคิมี่ (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์) คะแนนเฉลี่ย 7.48

อีกหนึ่งผู้เข้าประกวดจาก ทีมเสือเหลือง ที่เป็นนักเตะยืมตัวเป็นระยะเวลา 2 ฤดูกาลไปจนถึงช่วงปลายฤดูกาลหน้าจาก เรอัล มาดริด และบางทีนี่อาจเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องของ ดาวเตะทีมชาติโมร็อกโก ก็เป็นได้ หากมองไปถึงสถานการณ์ที่สั่นคลอนของ ราชันชุดขาว ในขณะนี้ กองหลังวัย 20 ปี เปิดตัวใน บุนเดสลีกา ด้วยการมีชื่ออยู่บนสกอร์บอร์ดตั้งแต่ช่วงต้นครึ่งหลังในเกมที่ทีมเปิดรัง ซิกนัล อิดูน่า พาร์ค ปูพรมใส่ เนิร์นแบร์ก 7-0 รวมถึงการทำไปแล้ว 3 แอสซิสต์จากการลงเล่น 6 นัดในลีก ฮาคิมี่ ยังเป็นหนึ่งในไลน์อัพ 11 คนแรกของทีมที่เปิดบ้านไล่ถล่ม แอตเลติโก มาดริด 4-0 ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก พร้อมกับเหมาทำแอสซิสต์คนเดียวถึง 3 ลูกในเกมนั้น จากการลงเล่นในตำแหน่งแบ็คซ้ายที่ไม่ใช่ข้างประจำ

2. รีสส์ เนลสัน (ฮอฟเฟ่นไฮม์) คะแนนเฉลี่ย 7.55

สาวก เดอะ กันเนอร์ส คงกำลังจับตามองสถานการณ์ว่าที่แข้งเทพคนถัดไปของพวกเขาที่กำลังอยู่ระหว่างยืมตัวใน บุนเดสลีกา ปีกดาวรุ่งวัย 18 ปี ยิงไปแล้ว 5 ประตูจากการลงเตะ 317 นาที ในขณะที่บางเกมก็เคยถูก ยูเลี่ยน นาเกลส์มันน์ ปรับให้มายืนเป็นมิดฟิลด์ตัวรุก ซึ่ง เนลสัน ก็สามารถสร้างผลงานโดยรวมจากการผ่านบอลที่แม่นยำได้ถึง 87.4% นอกจากนี้เรื่องดีของการที่ย้ายมาอยู่กับ ฮอฟเฟ่นไฮม์ ในฤดูกาลนี้ ก็ทำให้เขาได้รับโอกาสลงเล่นในเวที แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยการมีส่วนร่วมในช่วงท้ายเกมจาก 2 ใน 3 นัดที่ผ่านมา ซึ่งก็น่าสนใจว่าหากเจ้าตัวยังคงโชว์ฟอร์มร้อนแรงได้อย่างต่อเนื่อง ก็น่าจะมีโอกาสเดินตามรอย ซานโช่ ของ ดอร์ทมุนด์ ที่ก้าวกระโดดขึ้นสู่ทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ได้ในไม่ช้านี้

1. คีลิยัน เอ็มบัปเป้ (ปารีส แซงต์-แชร์กแมง) คะแนนเฉลี่ย 8.28

แม้ด้วยวัยอาจจะถูกจัดอยู่ในกลุ่มผู้เล่นดาวรุ่ง แต่ด้วยฝีเท้าและการพิสูจน์ตัวเองทั้งในเวทีระดับทวีปและระดับโลก ก็คงไม่มากจนเกินไปหากจะกล่าวว่า วันเดอร์คิดวัย 19 ปี ก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะระดับเวิลด์คลาสได้แล้ว และจากประตูขึ้นนำในศึก เลอ คลาสสิก ที่ช่วยให้ทีมเอาชนะ โอลิมปิก มาร์กเซย 2-0 ก็ทำให้เขากลายเป็นนักเตะคนแรกจาก 5 ลีกดังในยุโรปที่ยิงประตูได้แตะเลข 2 หลัก และจากผลงานสุดโหดด้วยการยิงไปแล้ว 11 ประตูกับอีก 3 แอสซิสต์ในการลงสนาม 8 นัดใน ลีกเอิง ก็ทำให้ เอ็มบัปเป้ นอกจากจะเป็นนักเตะอายุน้อยกว่า 21 ปีที่มีคะแนนเฉลี่ยสูงสุดแล้ว ปัจจุบันเขายังเป็นผู้เล่นที่ทำคะแนนได้มากที่สุดเป็นอันดับ 3 รองจาก ลีโอเนล เมสซี่ และ เนย์มาร์ เท่านั้น