พอล เมอร์สัน เผย ลุคัส ตอร์เรรา คือคนพลิกเกมส์ของอาร์เซนอล

พอล เมอร์สัน เผย ลุคัส ตอร์เรรา คือคนพลิกเกมส์ของอาร์เซนอล

“พอล เมอร์สัน” เชื่อว่าอาร์เซนอลจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเก็บนักเตะอย่าง “ลูคัส ตอร์เรร่า” ไว้กับทีมให้ยาวนาน เนื่องจากผลงานทีทำไว้อย่างดี “ตอร์เรร่า” เป็นนักเตะคนแรก ที่ “อูไน อเมรี่” ซื้อตัวเข้ามาเป็นรายแรก ด้วยค่าตัว 26 ล้านปอนด์ หลังจากที่นักเตะรายนี้ได้โชว์ฟอร์มได้อย่ายอดเยี่ยมในศึกฟุตบอลโลก ในนามทีมชาติอุรุกวัย

พอล เผย ลุคัส ตอร์เรรา คือคนพลิกเกมส์ของอาร์เซนอล

“ตอร์เรร่า” เป็นมิดฟิวด์ที่ทำผลงานได้ย่างยอดเยี่ยมในหลายต่อหลายแมตท์ ทั้งในนัดที่เจอกับ ทอตแนมฮอสเปอร์ และฮัดเดอฟิลด์ทาวน์ ในศึกยูฟาแชมป์เปี้ยนลีก “ทีมของอาร์เซนอล กำลัวมองหานักเตะ เหมือน กิลบาโต้ ซิลวา หรือ พราทิค วิเอรี่ ที่สามารถทำจังหวะ และดูแลแดนกลาง” พอล เมอร์สัน กล่าวถึงอดีตนักเตะของอาร์เซนอล ที่เคยสามารถสร้างผลงานให้กับอาร์เซนอลไว้อย่างงดงามในอดีต

ตอร์เรร่า มิดฟิลด์ทีมชาติอุรัย เป็นนักเตะที่ได้รับการยกย่องมากในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากสามารถทำผลงานได้อน่างดี ด้วยลักษณะการเล่นของ ตอร์เรร่า มันสุดยอดมาก เขามีความสามารถในการตัดบอลได้อย่างยอดเยี่ยม การอ่านเกมส์ของเขามันยอดเยี่ยมมากเขาสามารถสร้างจังหวะในการเล่นให้กับทีมได้อย่างยอดเยี่ยม นั่นคือสิ่งที่เขาทำได้อย่างยอดเยี่ยม เขาสามารถจ่ายบอลได้อย่างเป็นธรรมชาติ”

ตำนานหงส์แดงแขวะแวร์รัตติ สมควรโดนใบแดงหลังทำฟาล์วโกเมซหนัก

มันรอดใบแดงไปได้ไง !? ยอร์น-อาร์เน รีเซ ตำนานแบ็คซ้ายเท้าพลังช้างของสโมสร “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ได้กล่าวว่าตัวของ มาร์โก แวร์รัตติ กองกลางเชิงสูงของสโมสร ปารีส แซงแชร์กแมง น่าจะโดนใบแดงไล่ออกจากสนามในเกมเมื่อคืนที่เขาทำฟาล์วหนักใส่ โจ โกเมซ กองหลังของลิเวอร์พูล

ตัวของ แวร์รัตติ ได้เล่นนอกเกมใส่ตัวของ โจ โกเมซ กองหลังดาวรุ่งของสโมสรลิเวอร์พูล แต่กระนั้นจอมทัพทีมชาติอิตาลีรายนี้กลับรอดการโดนใบแดงไปอย่างหน้าตาเฉย และโดนไปเพียงใบเหลืองจากตัวของ ไซมอน มาร์ซิเนียค ผู้ตัดสินชาวโปแลนด์ในเกมดังกล่าวเท่านั้น

ตำนานหงส์แดงแขวะแวร์รัตติ สมควรโดนใบแดงหลังทำฟาล์วโกเมซหนัก

และจากการที่ แวร์รัตติ รอดการโดนใบแดงไปนั้น ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ส่งตรงถึงกองกลางรายนี้อย่างงมาก โดยนักวิจารณ์ทางทีวีหลายคน โดยเฉพาะกับ รีเซ ซึ่งเป็นตำนานแบ็คซ้ายของลิเวอร์พูล ได้กล่าวว่าโกเมซโชคดีที่สามารถออกจากสนามแห่งนี้ได้โดยที่ไมได้ขาหัก เพราะสุ่มเสี่ยงมากจากจังหวะโดนทำฟาล์ว

หลังจากที่ PSG เอาชนะลิเวอร์พูลได้ในศึกแชมเปียนส์ลีก ทำให้ตัวของ รีเซได้กล่าวว่า “ตัวของแวร์รัตติสมควรโดนลงโทษจากผู้ตัดสินชัดเจน มันน่าจะเป็นการโดนใบแดงโดยตรง มันโชคดีที่ขาของโกเมซกำลังจะก้าวหนีออกไปแล้ว เพราะถ้าเขาไม่ขยับขาเขาหักแน่นอน นี่เป็นการโดนใบแดงที่ชัดเจนที่สุดเลยนะ แต่เขาก็ยังรอดจากผู้ตัดสินไปได้ จังหวะการเล่นแบบนั้นอันตรายมาก แต่เขารอดไปได้อย่างไร”

10 นักเตะดาวรุ่งผู้กำลังเขย่าสังเวียนฟาดแข้งยุโรป

คลื่นลูกใหม่ คือสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นปกติในทุกๆที่ไม่เว้นแม้แต่ในวงการลูกหนัง หลังจากที่ 5 ลีกระดับท็อปของยุโรปเริ่มต้นออกสตาร์ทฤดูกาล 2018-19 กันไปไม่น้อยกว่า 10 นัดแล้ว มาดูกันว่ามีแข้งดาวรุ่งที่อายุไม่เกิน 21 ปีคนใดบ้างที่กำลังฉายแววเจิดจรัสอยู่ในขณะนี้ (นับเฉพาะผู้เล่นที่ลงสนามมากกว่า 5 เกมและใช้คะแนนความสามารถเฉลี่ยจาก whoscore.com)

10. จาดอน ซานโช่ (โบรุสเซีย ดอรท์มุนด์) คะแนนเฉลี่ย 7.21

หากมีซักเรื่องที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า อาจตัดสินใจผิดพลาดมหันต์ก็คงเป็นการที่เขายอมให้ แมนฯ ซิตี้ ปล่อยตัวแข้งเยาวชนตัวจี๊ดออกไปเมื่อปี 2017 เพราะในทันที ซานโช่ ย้ายไปอยู่กับ ทีมเสือเหลือง เขาก็ถูกขยับให้ขึ้นมาอยู่ในทีมชุดใหญ่และได้ลงสนามใน บุนเดสลีกา รวม 12 นัดภายในฤดูกาลเปิดตัว แม้ ซานโช่ จะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเพียง 4 นัดในซีซั่นนี้ แต่เขาก็ได้มีส่วนร่วมกับทั้งหมด 10 เกมในลีก แถมยังยิงไปแล้วถึง 4 ประตูและช่วยทำแอสซิสต์ให้ทีมได้อีก 6 ลูก และกลายเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ ดอร์ทมุนด์ ขึ้นนำเป็นจ่าฝูงโดยทิ้งห่าง โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค และ บาเยิร์น มิวนิค อยู่ 4 คะแนนในขณะนี้

9. เจมส์ แมดดิสัน (เลสเตอร์ ซิตี้) คะแนนเฉลี่ย 7.28

อีกหนึ่งการเซ็นสัญญาของ เดอะ ฟ็อกซ์ ที่สามารถลบคำสบประมาทจากค่าตัวย้ายทีมจาก นอริช ซิตี้ ที่คาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึงราวๆ 20 ล้านปอนด์ อดีตนักเตะยอดเยี่ยมประจำสโมสรจาก ลีก แชมเปี้ยนชิพ สามารถปรับตัวเข้ากับจังหวะเกมใน พรีเมียร์ลีก ได้ในเวลาอันรวดเร็ว และออกสตาร์ทเป็นจริงให้กับต้นสังกัดใหม่ครบทั้ง 11 นัดที่ผ่านมา มิดฟิลด์ตัวรุกวัย 21 ปี ช่วยทำไปแล้ว 3 ประตูกับอีก 2 แอสซิสต์ ทั้งจากที่คอยปั่นป่วนแนวรับคู่ต่อสู้อยู่หลังกองหน้าหรือฉีกออกไปยืนอยู่ทางริมเส้นด้านซ้าย และก็มีเพียง วิลเฟร็ด ซาฮา เท่านั้นที่สามารถเรียกฟาวล์จากคู่ต่อสู้ได้มากกว่าเขาในขณะนี้ จนกระทั่งเดือนตุลาคมที่ผ่านมา แกเร็ธ เซาธ์เกต ก็ได้เรียกตัว แมดดิสัน ไปติดทีมสิงโตคำรามชุดใหญ่แต่ยังคงรอคอยโอกาสลงสนามอย่างเป็นทางการอยู่

ลูก้า โยวิช จากแฟร้งเฟิร์ต

8. ลูก้า โยวิช (ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต) คะแนนเฉลี่ย 7.29

แม้ อินทรีแดงดำ จะยังพยายามทำคะแนนไล่ตามกลุ่มท็อป 4 มาติดๆในขณะนี้ แต่อย่างน้อยพวกเขาก็ยังมีเรื่องให้ภาคภูมิใจจากการที่ล่าสุด หัวหอกดาวรุ่งวัย 20 ปี กำลังรั้งตำแหน่งดาวซัลโวร่วมของ บุนเดสลีกา ด้วยผลงาน 7 ประตูจากการลงสนาม 8 นัดและมาจากการลงเล่นเป็นตัวจริงเพียง 5 นัด หัวหอกดาวรุ่งทีมชาติเซอร์เบีย อยู่ระหว่างสัญญายืมตัวจาก เบนฟิก้า เมื่อช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้ว พร้อมเงื่อนไขที่ แฟร้งค์เฟิร์ต สามารถซื้อขาด โยวิช ได้หลังจบฤดูกาลนี้ จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ใครๆเริ่มหันมามองที่เขาก็คงหนีไม่พ้นการเหมาคนเดียว 5 ประตูในเกมที่ทีมเปิดรัง คอมเมิร์ซแบงค์-อารีน่า ไล่ถลุง ฟอร์ทูน่า ดุสเซลดอร์ฟ เละเทะ 7-1

7. อารอน วาน-บิสซาก้า (คริสตัล พาเลซ) คะแนนเฉลี่ย 7.32

แฟนบอล อินทรีผงาด อาจจะเริ่มสังเกตเห็นแสงระยิบระยับจาก วาน-บิสซาก้า บางส่วนตั้งแต่ช่วงปลายซีซั่นที่แล้ว จนกระทั่ง แบ็คขวาวัย 20 ปี มาฉายแสงเจิดจรัสอย่างเต็มที่ในฤดูกาลปัจจุบันด้วยรูปร่างที่สูงใหญ่แต่ก็มีทักษะที่ไม่ธรรมดา ซึ่งหากเขายังสามารถรักษาฟอร์มอันยอดเยี่ยมได้อย่างนี้ไปเรื่อยๆก็คงจะได้รับความสนใจจาก เซาธ์เกต ภายในไม่ช้านี้ และหากนับสถิติจาก 5 ลีกดังในยุโรปขณะนี้ ก็ผู้เล่นอีกเพียง 4 คนเท่านั้นที่มีสามารถเข้าสกัดบอลได้มากกว่าเขาจากค่าเฉลี่ย 4.4 ครั้งต่อเกม และมีผู้เล่นตำแหน่งฟูลแบ็คอีกเพียง 3-4 คนที่โชว์ความโดดเด่นในการขึ้นเกมรุกจากค่าเฉลี่ยการเลี้ยงบอลต่อเกมที่มากกว่าเขา

6. อิบราอิม ซ็องกาเร่ (ตูลูส) คะแนนเฉลี่ย 7.44

แข้งดาวรุ่งชาวไอวอรี่ โคสต์ เริ่มมีบทบาทอย่างต่อเนื่องกับ ตูลูส ตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของซีซั่นที่ผ่านมา และยังสามารถพัฒนาฟอร์มการเล่นได้อย่างต่อเนื่องจนมาถึงฤดูกาลปัจจุบัน โดยนับตั้งแต่ที่แจ้งเกิดในทีมชุดใหญ่ได้อย่างเต็มตัว เขาก็กลายเป็นหัวใจสำคัญในแผงกองกลางของทีมในการช่วงหยุดยั้งเกมรุกของคู่ต่อสู้ และยังเป็นจ้าของสถิติการเข้าสกัดบอลมากที่สุดเป็นอันดับ 4 จากบรรดาผู้เล่นตำแหน่งมิดฟิลด์ใน 5 ลีกดังของยุโรป
แต่โชคร้ายที่ล่าสุด ซ็องกาเร่ ได้รับบาดเจ็บเส้นเอ็นฉีกขาดและอยู่ระหว่างพักรักษาตัวโดยที่ยังไม่มีกำหนดการกลับมา ซึ่งก็น่าจะทำให้แฟนบอลออกอาการคิดถึงเขาอย่างแน่นอน เนื่องจากผลงาน 4 นัดหลังสุดของทีมที่ไม่ชนะใครเลยและยังเป็นการพ่ายแพ้ไปถึง 3 นัดอีกด้วย

5. ด็อง-อั๊กเซล ซากาดู (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์) คะแนนเฉลี่ย 7.45

นักเตะลูกหม้อของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ตัดสินใจย้ายไปหาอนาคตใหม่กับ ทีมเสือเหลือง เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2017 และเริ่มได้รับโอกาสลงสนามใน บุนเดสลีกา ด้วยตำแหน่งแบ็คซ้าย ก่อนจะถูกหุบเข้ากลางมาเล่นในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็คที่ถนัดภายใต้ยุคของ ลูเซียง ฟาฟร์ กุนซือคนปัจจุบัน ปราการหลังเลือดน้ำหอม มีส่วนสำคัญต่อการเก็บคลีนชีต 5 ครั้งจาก 6 เกมในลีกหลังสุด ซึ่งนอกจากความแข็งแกร่งในลูกกลางอากาศแล้ว ซากาดู ยังโชว์ความเยือกเย็นในการผ่านบอลที่แม่นยำได้ถึง 87.2% และยังเป็นผู้เล่นที่เคลียร์บอลจากพื้นที่อันตรายได้มากที่สุดของทีมอีกด้วย

ริชาร์ลิซอน

4. ริชาร์ลิซอน (เอฟเวอร์ตัน) คะแนนเฉลี่ย 7.45

เชื่อว่าแฟนบอล พรีเมียร์ลีก ส่วนใหญ่อาจจะทำตาโตด้วยความสงสัยตอนได้ยินข่าว ท็อฟฟี่สีน้ำเงิน ทุ่มงบ 40 ล้านปอนด์ในการซื้อตัว แข้งดาวรุ่งชาวบราซิล มาจาก วัตฟอร์ด เมื่อช่วงปรีซีซั่นที่ผ่านมา แต่สุดท้ายแล้ว ปีกฟอร์มฮ็อทวัย 21 ปี ก็สามารถพิสูจน์ให้ใครๆได้เห็นว่าฝีเท้าของเขาคุ้มค่าตัวทุกบาททุกสตางค์ จากการปักหลักเป็นผู้เล่นแนวรุกในทีมของ มาร์โก้ ซิลวา อดีตเจ้านายเก่าที่ย้ายตามกันมา
จากผลงาน 2 ประตูในการเปิดตัวอันเยอดเยี่ยมกับทีมจาก เมอร์ซี่ย์ ไซด์ จนกระทั่งล่าสุดเขาทำไปแล้วทั้งหมด 6 ประตูกับ 1 แอสซิสต์จากการลงสนาม 9 นัดในลีก ก็ทำให้ ติเต้ กุนซือทีมชาติบราซิล เรียกตัว ริชาร์ลิซอน เข้าสู่ทีมอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่การประเดิมสนามในนามทีมชาติเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

3. อัชราฟ ฮาคิมี่ (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์) คะแนนเฉลี่ย 7.48

อีกหนึ่งผู้เข้าประกวดจาก ทีมเสือเหลือง ที่เป็นนักเตะยืมตัวเป็นระยะเวลา 2 ฤดูกาลไปจนถึงช่วงปลายฤดูกาลหน้าจาก เรอัล มาดริด และบางทีนี่อาจเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องของ ดาวเตะทีมชาติโมร็อกโก ก็เป็นได้ หากมองไปถึงสถานการณ์ที่สั่นคลอนของ ราชันชุดขาว ในขณะนี้ กองหลังวัย 20 ปี เปิดตัวใน บุนเดสลีกา ด้วยการมีชื่ออยู่บนสกอร์บอร์ดตั้งแต่ช่วงต้นครึ่งหลังในเกมที่ทีมเปิดรัง ซิกนัล อิดูน่า พาร์ค ปูพรมใส่ เนิร์นแบร์ก 7-0 รวมถึงการทำไปแล้ว 3 แอสซิสต์จากการลงเล่น 6 นัดในลีก ฮาคิมี่ ยังเป็นหนึ่งในไลน์อัพ 11 คนแรกของทีมที่เปิดบ้านไล่ถล่ม แอตเลติโก มาดริด 4-0 ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก พร้อมกับเหมาทำแอสซิสต์คนเดียวถึง 3 ลูกในเกมนั้น จากการลงเล่นในตำแหน่งแบ็คซ้ายที่ไม่ใช่ข้างประจำ

2. รีสส์ เนลสัน (ฮอฟเฟ่นไฮม์) คะแนนเฉลี่ย 7.55

สาวก เดอะ กันเนอร์ส คงกำลังจับตามองสถานการณ์ว่าที่แข้งเทพคนถัดไปของพวกเขาที่กำลังอยู่ระหว่างยืมตัวใน บุนเดสลีกา ปีกดาวรุ่งวัย 18 ปี ยิงไปแล้ว 5 ประตูจากการลงเตะ 317 นาที ในขณะที่บางเกมก็เคยถูก ยูเลี่ยน นาเกลส์มันน์ ปรับให้มายืนเป็นมิดฟิลด์ตัวรุก ซึ่ง เนลสัน ก็สามารถสร้างผลงานโดยรวมจากการผ่านบอลที่แม่นยำได้ถึง 87.4% นอกจากนี้เรื่องดีของการที่ย้ายมาอยู่กับ ฮอฟเฟ่นไฮม์ ในฤดูกาลนี้ ก็ทำให้เขาได้รับโอกาสลงเล่นในเวที แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยการมีส่วนร่วมในช่วงท้ายเกมจาก 2 ใน 3 นัดที่ผ่านมา ซึ่งก็น่าสนใจว่าหากเจ้าตัวยังคงโชว์ฟอร์มร้อนแรงได้อย่างต่อเนื่อง ก็น่าจะมีโอกาสเดินตามรอย ซานโช่ ของ ดอร์ทมุนด์ ที่ก้าวกระโดดขึ้นสู่ทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ได้ในไม่ช้านี้

1. คีลิยัน เอ็มบัปเป้ (ปารีส แซงต์-แชร์กแมง) คะแนนเฉลี่ย 8.28

แม้ด้วยวัยอาจจะถูกจัดอยู่ในกลุ่มผู้เล่นดาวรุ่ง แต่ด้วยฝีเท้าและการพิสูจน์ตัวเองทั้งในเวทีระดับทวีปและระดับโลก ก็คงไม่มากจนเกินไปหากจะกล่าวว่า วันเดอร์คิดวัย 19 ปี ก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะระดับเวิลด์คลาสได้แล้ว และจากประตูขึ้นนำในศึก เลอ คลาสสิก ที่ช่วยให้ทีมเอาชนะ โอลิมปิก มาร์กเซย 2-0 ก็ทำให้เขากลายเป็นนักเตะคนแรกจาก 5 ลีกดังในยุโรปที่ยิงประตูได้แตะเลข 2 หลัก และจากผลงานสุดโหดด้วยการยิงไปแล้ว 11 ประตูกับอีก 3 แอสซิสต์ในการลงสนาม 8 นัดใน ลีกเอิง ก็ทำให้ เอ็มบัปเป้ นอกจากจะเป็นนักเตะอายุน้อยกว่า 21 ปีที่มีคะแนนเฉลี่ยสูงสุดแล้ว ปัจจุบันเขายังเป็นผู้เล่นที่ทำคะแนนได้มากที่สุดเป็นอันดับ 3 รองจาก ลีโอเนล เมสซี่ และ เนย์มาร์ เท่านั้น

รามอส ยกย่องสิงโตคำรามระดับโลก

เซร์คิโอ รามอส กัปตันทีมชาติสเปน กล่าวว่า ทีมกระทิงดุของเขาแพ้ให้กับทีมระดับโลก ในนัดที่พบกับอังกฤษเมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา อังกฤษ สร้างความตกตะลึงให้กับ สเปน ด้วยการยิงประตูนำทีมเจ้าบ้านไปถึง 3-0 ภายใน 38 นาทีแรกของการแข่งขัน ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ที่แข่งกันที่สนามในเมือง เซบีย่า ทีมกระทิงดุสามารถมาแก้คืนได้ 2 ประตูในช่วงครึ่งหลัง แต่ก็ทำได้ดีที่สุดเพียงแค่นั้นจึงทำให้อังกฤษสามารถบุกมาเก็บ 3 คะแนนเต็มได้อย่างน่าประทับใจ รามอส ออกมายกย่องทีมสิงโตคำรามหลังจากกรรมการเป่านกหวีดหมดเวลา และยังกล่าวขอบคุณแฟน ๆ ชาวสเปนในการยังยอมอยู่เชียร์ทีมชาติของตัวเองแม้จะทำได้อย่างย่ำแย่ในช่วง 45 นาทีแรก

“อังกฤษ เป็นคู่แข่งระดับโลกและมีผู้เล่นที่อันตรายมากอยู่ในทีม มันทำให้เราต้องพยายามลืมฟอร์มการเล่นในครึ่งแรกและพยายามกันใหม่หลังจากถูกนำไป 3-0 สิ่งที่เป็นบวกคือปฏิกิริยาของทีมและผมขอขอบคุณชาวเมืองเซบีย่านี่เป็นความสุขที่ได้เล่นที่นี่และมีแฟนๆที่คอยกระตุ้นคุณ” รามอส ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวภายหลังจากที่จบการแข่งขัน

อังกฤษ เวลานี้เก็บได้ 4 คะแนนจากการแข่งขันในลีก A4 ทำให้ทีมอยู่ในอันดับที่ 2 ของตาราง โดยนัดนี้ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ปีกของทีมเรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รับบทฮีโร่ของทีมเยือนด้วยการทำคนเดียว 2 ประตู ส่วนอีก 1 ประตูเป็นของ มาร์คัส แรชฟอร์ด กองหน้าจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

เดชองส์ บอก ทูเคิ่ล ไม่มีเวทมนตร์ เสกแชมเปี้ยนส์ลีกไม่ได้ง่ายๆ

ดิดิเยร์ เดชองส์ ผู้จัดการทีมชาติฝรั่งเศส ได้ออกมาเตือนแฟนบอลรวมถึงผู้บริหารของ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ว่าคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมของ โทมัส ทูเคิ่ล ในฐานะโค้ชอาจไม่เพียงพอที่จะส่งมอบแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ให้กับทีมได้ เปแอสเช ได้แชมป์ต่างๆในประเทศมาแล้วครบทุกแชมป์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูกาลนี้ยังเปิดช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างอันดับ 1 และ 2 ขึ้นหลังจากการชนะรวดมาแล้ว 8 เกมในฤดูกาลใหม่ แต่การครองความยิ่งใหญ่ในประเทศไม่ได้แปลว่าจะเป็นความสำเร็จในเวทียุโรป แม้จะมีการลงทุนอย่างหนักของ นาสเซอร์ อัล เคไลฟี เจ้าของสโมสรในการลงทุนกับการซื้อนักเตะดังเข้ามาร่วมทีม

โทมัส ทูเคิ่ล ได้รับมอบหมายให้เข้ามาปรับปรุงทีม เปแอสเช โดมีเป้าหมายใหญ่ที่สุดคือการคว้าถ้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก มาครองให้ได้หลังจากที่อกหักอย่างต่อเนื่องมาหลายฤดูกาล โดย เดชองส์ ให้ความเห็นว่าอดีตผู้จัดการทีมของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ จะเจองานสุดหินในเวทียุโรป

“ทูเคิ่ล มีทักษะด้านสังคมสูง เขาทำงานอย่างพิถีพิถัน เป็นคนที่มีอำนาจและในเวลาเดียวกันมีความใกล้ชิดกับผู้เล่น แต่แม้จะเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมกับ ปารีส แต่เขาไม่ใช่คนที่มีเวทมนตร์ พวกเขาเล่นในลีก ที่พวกเขาชนะมากที่สุดโดยไม่มีใครหยุดพวกเขาได้ และแล้วพวกเขาก็พบตัวเองในแชมเปี้ยนส์ลีกอีกครั้งกับฝ่ายตรงข้ามที่มีคุณภาพและการเล่นที่จะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทีมที่มีอยู่ก็ไม่อาจทำอะไรได้” เดชองส์ ให้สัมภาษณ์กับ Bild

การพ่ายแพ้ 3-2 ให้กับ ลิเวอร์พูล เมื่อเดือนก่อนหน้านี้ โดยนัดต่อไปของ เปแสเช จะลงเล่นนัดต่อไปใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในกลุ่ม C โดยจะออกไปเยือน เร้ด สตาร์ เบลเกรด ในวันพุธ โดยการเก็บชัยชนะนัดล่าสุดที่พบกับ นีซ 3-0 ทำให้ เปแสเช กลายเป็นทีมที่ 2 ในประวัติศาสตร์ลีกเอิง ที่ชนะการแข่งขัน 8 นัดรวด

ไม่เคยอยู่ในสายตา! โลโปเตกี ยืนยัน ชุดขาวไม่สน เอร์เรร่า

ยูเลน โลโปเตกี ผู้จัดการทีม เรอัล มาดริด ได้ออกมาปฏิเสธกระแสข่าวที่ว่าทีมราชันย์ชุดขาว มีความสนใจในการคว้าตัว เฮคตอร์ เอร์เรร่า กองกลางของสโมสร เอฟซี ปอร์โต้ มิดฟิลด์วัย 28 ปี เป็นกำลังสำคัญให้ทีมชาติเม็กซิโกในฟุตบอลโลก 2018 และลงเล่นในทีมชาติไปแล้วกว่า 200 นัดให้กับ ปอร์โต้ นับตั้งแต่ย้ายจาก ปาชูก้า ทีมในบ้านเกิดมาตั้งแต่ในปี 2013

สัญญาในฉบับปัจจุบันของกองกลางจังโก้จะหมดอายุลงในตอนท้ายของฤดูกาลนี้ อย่างไรก็ดีและเป็นที่เข้าใจกันว่าเขาจะไม่ต่อสัญญาและจะย้ายออกจากทีมไปแบบฟรีๆในช่วงซัมเมอร์หน้า ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ และ อาร์เซน่อล เป็น 2 ทีมที่มีข่าวว่าสนใจในตัวกองกลางรายนี้ ขณะที่รายงานข่าวในสเปนก็อ้างว่า มาดริด ต้องการจะเซ็นสัญญากับมิดฟิลด์เม็กซิกัน ก่อนฤดูกาล 2019-2020 แต่ล่าสุดโลโปเตกี ได้ออกมาปฏิเสธข่าวดังกล่าวว่าทีม ลอส บลังกอส ไม่ได้สนใจในกองกลางรายนี้เลยแม้แต่น้อย

“ข่าวลือเรื่อง เฮคตอร์ เอร์เรร่า เป็นเพียงสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาเท่านั้น ผมไม่ได้อยู่ใน ปอร์โต้ ผมไปเที่ยวกับครอบครัวของผมในวันหยุด แต่ผมไม่ได้พบกับ เฮคตอร์” โลโปเตกี กล่าวกับผู้สื่อข่าว ซึ่งล่าสุดแชมป์ยุโรปตกเป็นข่าวว่าจะมีการระดมเงินทุนถึง 330 ล้านปอนด์ในการเซ็นสัญญากับ 2 นักเตะดูโอจาก ปารีส แซงต์ แชร์กแมง อย่าง เนย์ม่าร์ และ คีเลี่ยน เอ็มปัปเป้ ที่จะเป็นเป้าหมายหลักของทีมราชันย์ชุดขาวในช่วงตลาดนักเตะมากกว่าถึงแม้ว่าโอกาสที่จะได้ตัวมาร่วมทีมนั้นจะไม่ใช่เรื่องง่ายนักก็ตาม

ยังไม่เสียประตูเลยจริง ๆ หรือนี่…

เกมคู่ดึกของเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ต้องบอกว่าบรรดาท่านต่อทั้งหลายคงผิดหวังกันอีกระลอก เพราะตอนหัวค่ำแมนฯ ซิตี้ ก็รถผ้าป่าคว่ำกันไปรอบหนึ่งแล้ว แม้ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล จะเอาชนะ “เจ้านกนางนวล” ไบรท์ตัน ไปได้ 1-0 ทว่ามันไม่เพียงพอต่อการกินเต็มนั่นเอง อย่างไรก็ตามหลังจบเกมนี้มีประเด็นให้น่าพูดคุยหลายเรื่องทีเดียวโดยเฉพาะการยังไม่เสียซิงให้ใครเลยของ อลิสซอน เบ็คเกอร์ นายด่านชาวบราซิลที่เหมือนเป็นการเกาถูกที่คันของลิเวอร์พูลมาตลอดหลายปี

ในเกมล่าสุดกับไบรท์ตัน มีจังหวะการขึ้นโขกช่วงท้ายเกมของผู้เล่นทีมเยือนที่มีโอกาสเป็นประตูสูงมาก ทว่านายด่านเลือดแซมบ้ายังโชว์ซุปเปอร์เซฟปัดออกไปได้ นั่นทำให้แฟนลิเวอร์พูลหลายคนต่างมีความหวังว่าปีนี้คงถึงเวลาของพวกเขาในการก้าวขึ้นไปคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศให้ได้เสียที กระนั้นสิ่งที่ยังต้องมองต่อไปคงเป็นเรื่องของแผนการเล่นที่เวลาเจอทีมเน้นรับทีไร ลูกทีมของ เจอร์เกน คล็อปป์ มักเจาะเข้าไปยังพื้นที่สุดท้ายลำบากตลอด อย่างเกมนี้ จริง ๆ ก็มีหลายจังหวะที่น่าเป็นประตู แต่แนวรุกของลิเวอร์พูลดันยิงทิ้งยิงขว้างไปเสียเยอะเหมือนกัน

เกมแดนกลางของพวกเขาแมตช์นี้อาจทำหน้าที่ได้สมบูรณ์แบบในช่วงก่อนได้ประตู แต่พอขึ้นนำแล้วกลายเป็นว่าเหมือนลูกวิ่งไล่ การเพรสซิ่งเกมดูเบาลงจนแดนกลางของผู้มาเยือนทำเกมได้สบายมากขึ้น มีหลายจังหวะที่ทีมเยือนเปิดบอลสวย ๆ ให้กองหน้าวิ่งแข่งกับแนวรับของหงส์แดง โชคดีที่มันยังไม่เปลี่ยนเป็นประตูเท่านั้นเอง ทำให้หลังจบเกมที่ 3 ของพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซีซั่นนี้ พวกเขาคือทีมเดียวที่ยังไม่เสียประตูให้กับคู่แข่งเลย ถือว่าทำได้ยอดเยี่ยมจริง ๆ

เมื่อมองไปยังแนวรับทั้ง 4 ตัว นี่อาจเป็นชุดที่ลงตัวที่สุดก็ได้ คู่เซนเตอร์ฮาล์ฟอย่าง เวอร์กิล ฟาน ไดค์ กับ โจ โกเมซ ทำได้ไร้ที่ติด แบ็กขวา เทรนด์ อเล็กซานเดอร์- อาร์โนลด์ ก็ค่อย ๆ พัฒนาฝีเท้ามากขึ้นเช่นกันกับแบ็กซ้ายอย่าง แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ปีนี้ต้องยอมรับว่าลิเวอร์พูลน่ากลัวมากทีเดียว เพราะขนาดแมนฯ ซิตี้ แชมป์เก่าที่ว่าแน่ ยังสะดุดให้เห็นตั้งแต่เกมที่ 3 ของซีซั่น ไม่แปลกที่บ่อนถูกกฎหมายของอังกฤษจะยกให้พวกเป็นเต็งแชมป์ในลำดับต้น ๆ ต้องรอดูต่อไปว่าเกมที่เหลือจะทำผลงานได้ดีมากน้อยขนาดไหนสำหรับทัพ “หงส์แดง”

ใครก็สยองเมื่อเจอ “เบียงโคเนรี่”

ว่ากันว่าชั่วโมงนี้ หากมองตามหน้ากระดาษคงไม่มีแฟนบอลทีมไหนจะมีความสุขมากไปกว่า “ม้าลาย” ยูเวนตุส อีกแล้ว ไม่ใช่แค่เรื่องของการได้ตัว คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวเตะชาวโปรตุเกสที่ย้ายจากทัพ “ราชันชุดชาว” เรอัล มาดริด ในศึกลาลีกา สเปน มายังถิ่นตูรินเพียงอย่างเดียว แต่เมื่อมององค์ประกอบโดยรวมแล้วต้องบอกเลยว่าเสียวสยองทุกสองนาทีสุด ๆ สำหรับบรรดาคู่แข่งขันที่แค่เห็นรายชื่อแต่ละคนในทีมก็แทบจะอยากพับเสื่อนอนกลับบ้านแล้ว

เริ่มจากแนวรับผู้รักษาประตู วอยเซียค เชสนี่ อดีตนายด่านอาร์เซน่อลแม้ไม่ใช่ตำแหน่งที่ดีที่สุดที่จะมาแทน จานลุยจิ บุฟฟ่อน แต่ก็ถือว่าไว้ใจได้ในระดับหนึ่ง ไม่น่าจะหมูหกแบบง่าย ๆ มาต่อกันที่แผงหลังที่แทบจะบอกว่าแน่นยิ่งกว่ากลอนประตู เอาแค่ดาวเตะที่เราคุ้นหูก็อย่าง จอร์โจ้ คิเอลลินี่ , เมห์ดี้ เบนาเตีย , เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ , อเล็กซ์ ซานโดร , อันเดรีย บาร์ซาญี่ , เจา เปโดร คันเซโล่ เท่านี้ก็ทำเอากองหน้าคู่แข่งแทบไม่อยากบุกถึงหน้าประตูแล้ว เพราะบุกเข้าไปก็ไม่รู้จะยิงประตูกันได้หรือเปล่า

ไล่มาถึงกองกลางแผงมิดฟิลด์ของทัพ “เบียงโคเนรี่” หากจะบอกว่าเป็นทีมที่โหดสุด ๆ ทีมหนึ่งของโลกเวลานี้ก็ไม่ใช่เรื่องผิดนัก ไล่ไปตั้งแต่ มิราเล็ม ปายิช มิดฟิลด์ตัวรับชาวบอสเนีย , ซามี่ เคห์ดิร่า จากทัพ “อินทรีเหล็ก”, เคลาดิโอ มาคิซิโอ , แบลส มาตุยดี้ ที่เพิ่งคว้าแชมป์โลกมาหมาด ๆ , ฮวน กราดาโด้ , เอ็มเร่ ชาน , สเตฟาโน่ สตูราโร่ แค่เห็นเท่านี้ก็เรียกว่าจะพีคไปไหน

กองทัพม้าลาย 2018-19

แนวรุกแต่ละองค์ ทรงคุณค่ายิ่ง

ไล่มาถึงแนวรุกที่แต่ละตัวขอบอกว่าของจริงล้วน ๆ ทั้ง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ , เปาโล ดิบาล่า , ดั๊กลาส คอสต้า , มาริโอ มานด์ซูคิช หรือ เฟเดริโก้ แบร์นาเดสคี แต่ละตัวล้วนสร้างความหวังให้กับทีมได้ทั้งสิ้น แล้วลองนั่งเขียนบนหน้ากระดาษกันเล่น ๆ ว่าจะจับใครลงตรงไหน ศักยภาพแทบไม่ต่างกัน

เรื่องแชมป์กัลโช่ ซีเรีย อา สมัยที่ 6 ติดต่อกัน คงไม่ต้องไปพูดถึงว่ามีโอกาสมากน้อยขนาดไหน เอาเป็นว่าเราข้ามไปถึงเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก กันเลยดีกว่า เพราะมองแล้วกับการที่มีตัวเก๋าอย่าง โรนัลโด้ เข้ามา อาจทำให้ความฝันของพลพรรค “เบียงโคเนรี่” เป็นจริงสักที หลังต้องอกหักชอกช้ำมาหลายปีติดต่อกัน ต้องรอดูต่อไปว่าดาวเตะชาวโปรตุกีสรายนี้จะสามารถคว้าแชมป์ยุโรปได้เป็นสมัยที่ 6 ของตนเองหรือไม่