ยังไม่เสียประตูเลยจริง ๆ หรือนี่…

เกมคู่ดึกของเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ต้องบอกว่าบรรดาท่านต่อทั้งหลายคงผิดหวังกันอีกระลอก เพราะตอนหัวค่ำแมนฯ ซิตี้ ก็รถผ้าป่าคว่ำกันไปรอบหนึ่งแล้ว แม้ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล จะเอาชนะ “เจ้านกนางนวล” ไบรท์ตัน ไปได้ 1-0 ทว่ามันไม่เพียงพอต่อการกินเต็มนั่นเอง อย่างไรก็ตามหลังจบเกมนี้มีประเด็นให้น่าพูดคุยหลายเรื่องทีเดียวโดยเฉพาะการยังไม่เสียซิงให้ใครเลยของ อลิสซอน เบ็คเกอร์ นายด่านชาวบราซิลที่เหมือนเป็นการเกาถูกที่คันของลิเวอร์พูลมาตลอดหลายปี

ในเกมล่าสุดกับไบรท์ตัน มีจังหวะการขึ้นโขกช่วงท้ายเกมของผู้เล่นทีมเยือนที่มีโอกาสเป็นประตูสูงมาก ทว่านายด่านเลือดแซมบ้ายังโชว์ซุปเปอร์เซฟปัดออกไปได้ นั่นทำให้แฟนลิเวอร์พูลหลายคนต่างมีความหวังว่าปีนี้คงถึงเวลาของพวกเขาในการก้าวขึ้นไปคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศให้ได้เสียที กระนั้นสิ่งที่ยังต้องมองต่อไปคงเป็นเรื่องของแผนการเล่นที่เวลาเจอทีมเน้นรับทีไร ลูกทีมของ เจอร์เกน คล็อปป์ มักเจาะเข้าไปยังพื้นที่สุดท้ายลำบากตลอด อย่างเกมนี้ จริง ๆ ก็มีหลายจังหวะที่น่าเป็นประตู แต่แนวรุกของลิเวอร์พูลดันยิงทิ้งยิงขว้างไปเสียเยอะเหมือนกัน

เกมแดนกลางของพวกเขาแมตช์นี้อาจทำหน้าที่ได้สมบูรณ์แบบในช่วงก่อนได้ประตู แต่พอขึ้นนำแล้วกลายเป็นว่าเหมือนลูกวิ่งไล่ การเพรสซิ่งเกมดูเบาลงจนแดนกลางของผู้มาเยือนทำเกมได้สบายมากขึ้น มีหลายจังหวะที่ทีมเยือนเปิดบอลสวย ๆ ให้กองหน้าวิ่งแข่งกับแนวรับของหงส์แดง โชคดีที่มันยังไม่เปลี่ยนเป็นประตูเท่านั้นเอง ทำให้หลังจบเกมที่ 3 ของพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซีซั่นนี้ พวกเขาคือทีมเดียวที่ยังไม่เสียประตูให้กับคู่แข่งเลย ถือว่าทำได้ยอดเยี่ยมจริง ๆ

เมื่อมองไปยังแนวรับทั้ง 4 ตัว นี่อาจเป็นชุดที่ลงตัวที่สุดก็ได้ คู่เซนเตอร์ฮาล์ฟอย่าง เวอร์กิล ฟาน ไดค์ กับ โจ โกเมซ ทำได้ไร้ที่ติด แบ็กขวา เทรนด์ อเล็กซานเดอร์- อาร์โนลด์ ก็ค่อย ๆ พัฒนาฝีเท้ามากขึ้นเช่นกันกับแบ็กซ้ายอย่าง แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ปีนี้ต้องยอมรับว่าลิเวอร์พูลน่ากลัวมากทีเดียว เพราะขนาดแมนฯ ซิตี้ แชมป์เก่าที่ว่าแน่ ยังสะดุดให้เห็นตั้งแต่เกมที่ 3 ของซีซั่น ไม่แปลกที่บ่อนถูกกฎหมายของอังกฤษจะยกให้พวกเป็นเต็งแชมป์ในลำดับต้น ๆ ต้องรอดูต่อไปว่าเกมที่เหลือจะทำผลงานได้ดีมากน้อยขนาดไหนสำหรับทัพ “หงส์แดง”

ใครก็สยองเมื่อเจอ “เบียงโคเนรี่”

ว่ากันว่าชั่วโมงนี้ หากมองตามหน้ากระดาษคงไม่มีแฟนบอลทีมไหนจะมีความสุขมากไปกว่า “ม้าลาย” ยูเวนตุส อีกแล้ว ไม่ใช่แค่เรื่องของการได้ตัว คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวเตะชาวโปรตุเกสที่ย้ายจากทัพ “ราชันชุดชาว” เรอัล มาดริด ในศึกลาลีกา สเปน มายังถิ่นตูรินเพียงอย่างเดียว แต่เมื่อมององค์ประกอบโดยรวมแล้วต้องบอกเลยว่าเสียวสยองทุกสองนาทีสุด ๆ สำหรับบรรดาคู่แข่งขันที่แค่เห็นรายชื่อแต่ละคนในทีมก็แทบจะอยากพับเสื่อนอนกลับบ้านแล้ว

เริ่มจากแนวรับผู้รักษาประตู วอยเซียค เชสนี่ อดีตนายด่านอาร์เซน่อลแม้ไม่ใช่ตำแหน่งที่ดีที่สุดที่จะมาแทน จานลุยจิ บุฟฟ่อน แต่ก็ถือว่าไว้ใจได้ในระดับหนึ่ง ไม่น่าจะหมูหกแบบง่าย ๆ มาต่อกันที่แผงหลังที่แทบจะบอกว่าแน่นยิ่งกว่ากลอนประตู เอาแค่ดาวเตะที่เราคุ้นหูก็อย่าง จอร์โจ้ คิเอลลินี่ , เมห์ดี้ เบนาเตีย , เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ , อเล็กซ์ ซานโดร , อันเดรีย บาร์ซาญี่ , เจา เปโดร คันเซโล่ เท่านี้ก็ทำเอากองหน้าคู่แข่งแทบไม่อยากบุกถึงหน้าประตูแล้ว เพราะบุกเข้าไปก็ไม่รู้จะยิงประตูกันได้หรือเปล่า

ไล่มาถึงกองกลางแผงมิดฟิลด์ของทัพ “เบียงโคเนรี่” หากจะบอกว่าเป็นทีมที่โหดสุด ๆ ทีมหนึ่งของโลกเวลานี้ก็ไม่ใช่เรื่องผิดนัก ไล่ไปตั้งแต่ มิราเล็ม ปายิช มิดฟิลด์ตัวรับชาวบอสเนีย , ซามี่ เคห์ดิร่า จากทัพ “อินทรีเหล็ก”, เคลาดิโอ มาคิซิโอ , แบลส มาตุยดี้ ที่เพิ่งคว้าแชมป์โลกมาหมาด ๆ , ฮวน กราดาโด้ , เอ็มเร่ ชาน , สเตฟาโน่ สตูราโร่ แค่เห็นเท่านี้ก็เรียกว่าจะพีคไปไหน

กองทัพม้าลาย 2018-19

แนวรุกแต่ละองค์ ทรงคุณค่ายิ่ง

ไล่มาถึงแนวรุกที่แต่ละตัวขอบอกว่าของจริงล้วน ๆ ทั้ง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ , เปาโล ดิบาล่า , ดั๊กลาส คอสต้า , มาริโอ มานด์ซูคิช หรือ เฟเดริโก้ แบร์นาเดสคี แต่ละตัวล้วนสร้างความหวังให้กับทีมได้ทั้งสิ้น แล้วลองนั่งเขียนบนหน้ากระดาษกันเล่น ๆ ว่าจะจับใครลงตรงไหน ศักยภาพแทบไม่ต่างกัน

เรื่องแชมป์กัลโช่ ซีเรีย อา สมัยที่ 6 ติดต่อกัน คงไม่ต้องไปพูดถึงว่ามีโอกาสมากน้อยขนาดไหน เอาเป็นว่าเราข้ามไปถึงเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก กันเลยดีกว่า เพราะมองแล้วกับการที่มีตัวเก๋าอย่าง โรนัลโด้ เข้ามา อาจทำให้ความฝันของพลพรรค “เบียงโคเนรี่” เป็นจริงสักที หลังต้องอกหักชอกช้ำมาหลายปีติดต่อกัน ต้องรอดูต่อไปว่าดาวเตะชาวโปรตุกีสรายนี้จะสามารถคว้าแชมป์ยุโรปได้เป็นสมัยที่ 6 ของตนเองหรือไม่